2005/Aug/24

อันนี้เก่ากว่าซินโยฯ อีก แต่งไว้ตั้งแต่ ม. ต้น - ม. ปลาย (ราวๆ 4-5 ปีก่อน)นานจริงๆ เรียกว่าเป็นฟิกเรื่องแรกที่แต่งเลยล่ะ ทำไมแต่งออกมาแบบนี้น่ะเหรอ? เอ่อ... ไม่รู้สิ อารมณ์อยากแกล้งคนอ่านมั้ง ตอนนั้นฟิกแนวนี้ยังไม่เป็นที่แพร่หลายเท่าไหร่ ก็รู้สึกว่าจะมีเสียงตอบรับค่อนข้างฮือฮาเหมือนกัน =__=;

lesson1:เหตุเกิดหลังโรงเรียน

เวลา12.00น. เวลาพักกลางวันอันหฤโหดที่นักเรียนทั้งโรงเรียน Hunter school จะ จิก กัด เตะ ถีบ ต่อยกระทืบ ฯลฯ เพื่อแย่งกันซื้ออาหาร ทั้งกอร์นและคิรัวร์ก็เป็นหนึ่งในนั้น

ทว่าวันนี้...กอร์นและคิรัวร์กลับย่องมาหลังโรงเรียนที่ปลอดผู้คนเพียงสองต่อสอง มือเล็กๆ เกาะเกี่ยวกันไว้แน่น ใบหน้าชุ่มไปด้วยเหงื่อ ทั้งสองเหลียวซ้ายแลขวาอย่างมีพิรุธ เมื่อไม่เห็นใครผ่านมาก็นั่งลง หันหลังพิงกำแพง

"คิรัวร์...เรามาทำอะไรแบบนี้ที่โรงเรียนมันจะดีเหรอ?" กอร์นถาม สายตาดูเหม่อลอย

"อยากเป็นผู้ใหญ่เร็วๆไม่ใช่รึไง....? ไม่เป็นไร ไม่มีใครรู้หรอกน่า อย่าส่งเสียงดังก็แล้วกัน" คิรัวร์ยักไหล่อย่างไม่ยี่หระ

"อื้อ...แต่ว่า" กอร์นกระซิบ

"มันไม่ดีไม่ใช่เหรอ?...ถ้าอาจารย์รู้เข้าล่ะก็...." เขาไม่กล้าพูดต่อ

"บอกว่าดีก็ดีน่า...มาเริ่มกันได้แล้ว" คิรัวร์ตัดบท

กอร์นสูดหายใจลึก แล้วค่อยๆผ่อนลมหายใจออกเพื่อระงับความตื่นเต้น

"เอาละ...มาได้เลย..."

คิรัวร์ควักวัตถุแท่งยาวออกจากกางเกง ส่งให้กอร์น "เอ้า..!"

กอร์นเริ่มประหม่า ใบหน้าแดงเรื่อ ถามเสียงตะกุกตะกัก

"ช...ชั้น...ชั้นต...ต้องทำยังไงมั่งล่ะ..?"

คิรัวร์ยิ้มอย่างเอ็นดู"ไม่ยากเลย ก่อนอื่นก็...อ้าปากสิ"

กอร์นหลับตาลง อ้าปากออก

"นั่นแหละ ทีนี้...ลองเอามันเข้าไปไว้ในปากซิ"

กอร์นยื่นมืออันสั่นเทาออกไปรับเจ้าวัตถุนั้นมา แล้วค่อยๆสอดใส่เข้าไปในปาก

น่าสงสารเด็กดีอย่างกอร์นที่หลงคารมเพื่อน...จนต้องตกเป็นเหยื่ออารมณ์ของอีกฝ่ายโดยไม่รู้ตัว ซ้ำร้ายยังต้องทำเรื่องผิดศีลธรรม ผิดกฏระเบียบของโรงเรียนเพียงเพื่อที่จะได้ชื่อว่า"เป็นผู้ใหญ่แล้ว" ถ้าทุกคนรู้เข้า...เขาคงไม่กล้าสู้หน้าพ่อที่เป็นถึง ผ.อ. โรงเรียนนี้ได้แน่นอน...

"อา...ใช่ นั่นแหละอย่างนั้น...อืม...ดูดให้แรงๆกว่านี้หน่อยสิ...อา...เร่งจังหวะอีกนิด...อืม..อีกหน่อย ใช้นิ้วนั้นมาช่วยด้วยสิ...อา..ดีจริงๆ......อ๊ะ..!เดี๋ยว...!ตรงนั้นเร็วไป...ผิดจังหวะแล้ว...! อ๊าาาาาาาาาาาา....!!!!!"

"อะ...แค่กๆๆๆๆ อุ๊บ.."กอร์นสำลักสิ่งที่ออกพุ่งมาจากปลายวัตถุยาวนั้น เขารีบคายมันออกมาด้วยความตกใจ...คราบของมันติดอยู่บนเสื้อของกอร์นจนเกือบเห็นได้ชัด

"เฮ่อ...ก็บอกแล้วว่าผิดจังหวะ แต่เอาเฮอะอย่างนายครั้งแรกได้แค่นี้ก็ถือว่าโอเคแล้ว...ต่อไประวังหน่อยแล้วกัน...(เสียดายแฮะ)" คิรัวร์หันไปพูดกับกอร์น

"นายน่ะ...บอกช้าเกินไปตะหากเล่า!...ไม่เอาแล้ว ไม่มีครั้งต่อไปเด็ดขาดเลย!!..ให้ทำอะไรก็ไม่รู้ทรมานจะแย่... ชั้นไปกินข้าวดีกว่า..." กอร์นพูดพร้อมกับลุกขึ้นยืน เดินกลับเข้าสู่อาคารเรียน แต่แล้วเขาก็ต้องชะงัก อ้าปากค้าง เพราะ..

อาจารย์ซิลเวอร์ โซลดิ๊กค์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายปกครองยืนถมึงทึงอยู่เบื้องหน้าเขา พร้อมกับกล่าวด้วยน้ำเสียงเยียบเย็นชวนสยอง..

"มาแอบทำอะไรกันหลังโรงเรียน? หือ...กลิ่นนี้มัน..." เขาทำจมูกฟุดฟิด มองไปทางคิรัวร์ที่กำลังย่องหนี "คิล...จะไปไหน?ไปที่ห้องฝ่ายปกครองเดี๋ยวนี้!!" เสียงเฉียบขาดจนคิรัวร์สะดุ้ง ก้าวขาไม่ออก

"กอร์น ฟรีกส์... เธอก็ต้องไปด้วย! ไม่นึกเลยว่าเด็กที่มีประวัติดีเลิศอย่างเธอจะมาแอบสูบบุหรี่กับคิลหลังโรงเรียนในช่วงพักกลางวันแบบนี้... ทั้งกลิ่นและคราบของเถ้าบุหรี่ที่ยังติดอยู่บนเสื้อ... หลักฐานชัดแจ้งขนาดนี้ ไม่มีทางดิ้นหลุดแล้ว"
ซิลเวอร์กล่าวด้วยสีหน้าเย็นชา หันหลังมุ่งหน้าเดินสู่ห้องปกครอง เด็กชายทั้งสองเงียบสนิท หันมามองหน้ากัน และ...

ออกเดินตามไป...
...โดยมิอาจรู้ชะตาตนเอง...


lesson2:เหตุเกิดในห้องพยาบาล

"มีอะไรจะแก้ตัวก็ว่ามา" อาจารย์ซิลเวอร์พูดด้วยน้ำเสียงเย็นชาราวกับจะขู่อยู่ในที

กอร์นนิ่งเงียบ ไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าสบตาอีกฝ่าย
เขาสำนึกผิดและพร้อมยอมรับโทษทุกอย่าง

ทว่า...อีกคนกลับมีสีหน้าเรียบเฉยเหมือนไม่รู้ว่าตัวเองทำผิดอะไรถึงต้องมายืนอยู่ในสถานที่ที่เด็กเกเรหลายๆคนต้องมา

อ. ซิลเวอร์มองหน้าเด็กชายทั้งสองแล้วก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่
'ทำไมต่างกันยังงี้น้า... เราเลี้ยงลูกมาไม่ดีหรือไงกัน อุตส่าห์ทุ่มเทฝึกเช้าฝึกเย็นขนาดนี้ นิสัยมันยังไงก็ยังงั้นหมือนเดิม เรื่องนี้ตัวการก็คงไม่พ้นใครอื่นอีกนั่นแหละ' เขาอดกลุ้มใจกับนิสัยของบุตรชายไม่ได้

"กอร์น ฟรีคส์"

"อ่า...ครับ..?"

"เธอกลับไปเรียนได้"

"ครับ" เด็กชายมีสีหน้าแช่มชื่นขึ้นทันที ก่อนจะหุบยิ้มเมื่อนึกถึงเพื่อนรักซึ่งยืนหัวโด่อยู่ข้างๆ ผู้ที่ยังไม่รู้เลยว่าจะโดนอะไรรึเปล่า...

ซิลเวอร์เหมือนจะสังเกตุอาการของกอร์นได้ เขาพูดตัดบท
"เธอออกไปได้แล้ว ชั้นมีเรื่องจะพูดกับคิลเป็นการส่วนตัว..."
"ไม่ครับ ผมจะอยู่เป็นเพื่อนคิรัวร์" กอร์นเสียงแข็งขึ้นมาทันทีด้วยความเป็นห่วงเพื่อน ดวงตาฉายแววดื้อรั้นอยู่ในที ส่งผลให้ทั้งอาจารย์ซิลเวอร์ทั้งคิรัวร์ 'อึ้ง' ไปตามๆกัน

"เอ่อ.. คือ.. ไม่ต้องห่วงชั้นหรอกน่า... นะ" คิรัวร์เช็ดเหงื่อที่ท่วมหน้าผากหลังเรียกสติกลับคืนมาได้ จริงๆ เขาแอบดีใจอยู่ไม่น้อยที่เพื่อนสนิทเป็นห่วงเขา ทั้งๆ ที่เขาเป็นต้นเหตุให้ประวัตินักเรียนดีเด่นของกอร์นต้องมัวหมองไปหยกๆ

"แต่ว่า..."

"เออน่า ไม่เป็นไรๆ" คิรัวร์ดุนหลังเพื่อนรักออกไปพร้อมกับปิดประตูไล่หลัง ก่อนจะกลับเข้ามาเผชิญหน้ากับบิดาหน้าโหดของตน (ขออภัยแฟนๆซิลเวอร์ทุกท่านมา ณ ที่นี้ด้วย)

"คิล"

"อา..."

"รู้ใช่มั้ยว่ามีความผิด?"

"เอ่อ... ก็งั้นแหละ..." คิรัวร์ก้มหน้านิ่ง รับคำด้วยเสียงแผ่วเบา

"ตามกฏของโรงเรียนมาตราที่ 325 วรรค 10 กล่าวไว้ว่า ผู้ใดฝ่าฝืนกฏว่าด้วยการใช้สิ่งเสพย์ติดภายในสถานศึกษาแห่งนี้ จะต้องได้รับโทษตามแต่ที่อาจารย์ห้องพยาบาลจะเห็นสมควร ...ลูกคงจำได้นะ (เพราะโดนบ่อยแล้ว)"

"อื้อ..(ถึงโดนบ่อยแต่ไม่เคยยอมไปรับโทษซักครั้ง)"

"งั้นก็ไปรับโทษซะ ภายใน 10 นาที เดี๋ยวพ่อจะโทรไปเช็ค ถ้าไม่เจอล่ะก็ กลับไปลูกต้องไปรับโทษจากอิรุมิกับมิลกี้แทน เข้าใจนะ?"

"เข้าใจแล้วน่า... ก็ยังงี้ทุกทีแหละ แต่คราวนี้จะไปให้ก็ได้" เขาทำโบกไม้โบกมือยังกับจะปัดรำคาญ


ณ ห้องพยาบาล

คิรัวร์เปิดประตูก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าเบื่อหน่ายสุดชีวิต

"รบกวนหน่อยนะ" เขาเดินไปนั่งห้อยขาอยู่บนเตียงผู้ป่วย น่าแปลกที่วันนี้ไม่มีใครมาใช้บริการ ทั้งที่ปกติจะมีพวกเด็กโดดเรียนหาข้ออ้างมานอนหลบอาจารย์กันประจำ

อาจารย์คุราปิก้าละสายตาจากงานที่ทำอยู่ขึ้นมา เขามองหน้าเด็กชายอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะคลี่ยิ้ม
"ไง... คราวนี้ยอมมาหาชั้นแล้วเหรอ? ทำไมทำหน้าอย่างนั้นล่ะ เฮ่อ.. ทำตัวให้มันน่ารักหน่อยสิ" เขาลุกจากเก้าอี้ เดินไปหาคิรัวร์ที่นั่งหน้าบูดอยู่

"เหอะ.. ไม่เกี่ยวกะนายซักหน่อยไม่ใช่เรอะ จะลงโทษอะไรก็รีบๆเข้าเหอะ อย่าเพิ่งมาสอนชั้นเลยน่า"

"ลงโทษน่ะ ทำแน่ แล้วจะทำพร้อมกับสอนไปด้วยเลย ดีมั้ยล่ะ?" คุราปิก้าลากเสียงยาวจนคิรัวร์เริ่มขนแขนลุกตั้งชัน "แล้วยิ่งเด็กดื้ออย่างนาย... คงต้องสอนกันยาวหน่อยล่ะ..."

ฉับพลัน... อะไรบางอย่างก็พุ่งขึ้นมาจากใต้เตียงที่เด็กชายนั่งอยู่ มันตรงเข้าเกี่ยวรัดข้อมือของร่างเล็ก(?)อย่างรวดเร็วจนไม่ทันแม้แต่จะคิดหนี

"เฮ่ยยยยย!!!!!!" คิรัวร์โวยวาย "นี่มันอะไรกันฟร้าาาาา ~~~~~~!!!???"

โซ่นั่นเอง...! เด็กชายพยายามกระชากมันให้ขาดเหมือนคราวอยู่ที่บ้าน แต่ไร้ผล มันไม่มีแม้แต่รอยสะกิดด้วยซ้ำ (ขนาดหมีควายอย่างอุโบกินยังกระชากไม่ขาดเลยนี่)

"อย่าพยายามเลย... โซ่นั่นน่ะ ชั้นได้ทำสัตย์สาบานไว้ ว่าถ้าชั้นใช้มันกับเด็กที่ไม่มีความผิดล่ะก็...ชั้นจะต้องถูกลดคะแนนนิยมเหลือแค่อันดับ 10 (?)มันเป็นสัตย์สาบานที่อันตรายมาก แต่นั่นก็ทำให้ชั้นได้ความสามารถที่เหนือกว่าเด็กที่ทำผิดกฏของโรงเรียนมา อย่างนายน่ะไม่มีทางดึงโซ่นั่นขาดได้หรอก" คุราปิก้าอธิบายสรรพคุณโซ่อย่างยืดยาว
"แล้วเมื่อไหร่ที่ชั้นเจอเด็กละเมิดกฏของโรงเรียน นัยน์ตาของชั้นก็จะเปลี่ยนเป็นสีแดงเพลิง ทำให้ประสิทธิภาพการลงโทษนักเรียนของชั้นเพิ่มขึ้นเป็น 100% สำหรับความผิดทุกกระทง"

"ว้อยยย~~~ ความสามารถบ้าอะไรฟะเนี่ยยย ปล่อยชั้นน้าาาาาาา!!!!!!!"

คุราปิก้ายิ้มหยัน นัยน์ตาของเขาเปลี่ยนเป็นสีแดงเพลิง
"ปล่อยแน่ แต่หลังจากทำโทษนักเรียนเกเรเสร็จแล้วนะ"

"ลงโทษบ้าอะ...อ๊ะ!!จะทำอะไรน่ะ!!?? หยุดนะ!!!หวา!!"

ยังไม่ทันขาดคำ มือของคุราปิก้าก็กดศรีษะคิรัวร์ตรึงไว้กับเตียงจนเขาแทบขยับหัวไม่ได้ เขาหันมาเตรียมจะร้องโวยวาย แต่ก็ต้องสะอึกเมื่อเห็นว่าคุราปิก้ากำลังควักวัตถุแท่งสีดำยาวออกมา ซึ่งมันมีขนาดผิดกับของอิรุมิกับมิลกี้โดยสิ้นเชิง ซ้ำยังมีอะไรบางอย่างฝังไว้โดยรอบ

"นี่นายจะทำอะไรน่ะ อย่านะ..ไม่..! อึ๊ก!!!"

คุราปิก้าไม่ฟังเสียงร้องห้ามปราม เขากระแทกมันเข้าไปที่ด้านหลังของเด็กชายเต็มแรง และยิ่งเร่งจังหวะกระชั้นถี่มากขึ้นเรื่อยๆ คิรัวร์ถึงกับร้องลั่น ฟังแทบไม่เป็นภาษามนุษย์

"ย..หยุดสิ ไม่เอา ชั้นเจ็บ ปล่อย...ปล่อยนะ!! อ๊ะ.." คิรัวร์ขอร้องด้วยน้ำเสียงสั่นพร่า น้ำตาคลอ(??) แต่ราวกับว่าอีกฝ่ายไม่ได้ยินเสียงของเขาแม้แต่น้อย ยังคงจู่โจมด้านหลังของเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่า

"อะ...ไอ้บ้าเอ๊ย..บ..บอกให้หยุดไง!! ซี๊ดดด..อ..ม...ไม่....อ..ไอ้...บ้า.. จ..จำเอาไว้นะ..ชั้น.." คิรัวร์จ้องมองดวงตาของอีกฝ่ายด้วยสายตาอาฆาตแทบจะกินเลือดกินเนื้อ แต่นั่นกลับยิ่งทำให้อีกฝ่ายมีสีหน้าพึงพอใจมากขึ้น

"ใครเป็นไอ้บ้ากัน หืมม์ ...? เรียกอาจารย์คุราปิก้าสิ" คุราปิก้ากระซิบจากด้านหลังเสียงแผ่วเบา

ขณะนั้นเอง... ประตูห้องพยาบาลก็เปิดออก ใครคนหนึ่งสาวเท้าตรงเข้ามา เลิกม่านที่บังเตียงออก

คุราปิก้าชะงักไปวูบหนึ่ง แล้วก็ยิ้มเมื่อเห็นว่าผู้มาเยือนเป็นใคร
"ไง... เลโอลีโอ นายก็มาร่วมด้วยสิ"

"ด้วยความยินดี ที่จริงคุณซิลเวอร์เค้าก็ให้ชั้นมาช่วยนายเหมือนกัน..."

คิรัวร์แทบสิ้นสติ แค่คุราปิก้าคนเดียวเขาก็จะตายอยู่แล้ว... แต่นี่...

เลโอลีโอล้วงสิ่งนั้นของตัวเองออกมาบ้าง เขาช้อนคางของเด็กชายให้เงยขึ้น คิรัวร์หน้าซีด มองดูวัตถุยาวที่ยื่นมาจ่อที่ปากอย่างตื่นตระหนก เด็กชายกัดริมฝีปากแน่น แต่แรงกระแทกที่ด้านหลังก็ทำให้เขาเผลอร้องออกมา

"อึ้ก.. อ๊ะ..."
เลโอลีโอฉวยจังหวะนั้นสอดแทรกมันเข้าไปในปากของคิรัวร์ทันที เขากดหัวของเด็กชายไว้และเริ่มขยับเข้าไปลึก ของเหลวสีขาวขุ่นทะลักออกเปรอะเปื้อนใบหน้าของคิรัวร์

"กลืนมันเข้าไปซะสิ.. หรือคิดจะขัดคำสั่งของอาจารย์ หืมม์..?!" เลโอลีโอขู่พร้อมทั้งยื่นมันออกไปอีก คิรัวร์จำต้องใช้ลิ้นเลียน้ำที่เลอะรอบๆมันแล้วกลืนเข้าไปจนหมด

"นั่นแหละ ดีมาก อีกทีนะ..." เลโอลีโอสอดใส่เข้าไปในปากของคิรัวร์อีกครั้งแล้วครั้งเล่า จนกระทั่ง...

"อ๊าาาาา.." คุราปิก้ากระแทกเข้าไปเป็นครั้งสุดท้าย คราบของเหลวทะลักออกมาเปรอะเปื้อนที่ต้นขา(ขาวนวล??)ของเด็กชาย ชายหนุ่มเหนื่อยหอบแต่ก็ดูจะพึงพอใจมากทีเดียว

"เลโอลีโอ ชั้นเสร็จแล้วนะ นายรับช่วงดูแลให้ชั้นด้วยก็แล้วกัน" คุราปิก้าหันมาพูดด้วยเสียงแหบพร่า

"ไม่ต้องห่วง ชั้นก็ใกล้เสร็จแล้วเหมือนกัน.." เลโอลีโอตอบด้วยเสียงที่แหบไม่แพ้กัน



5 นาทีผ่านไป...

คิรัวร์นอนซมด้วยพิษบาดแผลที่คุราปิก้าทำไว้ให้อยู่บนเตียงของห้องพยาบาล ซิลเวอร์เปิดประตูเข้ามาดูอาการของบุตรชาย

"เป็นไงมั่ง คิล.. เข็ดรึยัง"

"จนวันตายเลย.." คิรัวร์หันไปตอบบิดาของตน แล้วต่อด้วยการโอดครวญยกใหญ่

"พ่อ.. ทีหลังชั้นจะไม่มารับโทษกะไอ้หมอนี่อีกแล้วนะ อาจารย์บ้าอะไรเขาทำโทษโดยการใช้ไม้หน้าสามตอกตะปูมาตีก้นลูกศิษย์แบบนี้ แถมตีแต่ละทีไม่มีออมแรง โคตรเจ็บเลย ก้นเป็นแผลเลือดท่วม เสียราคาหมด(??) แล้วอะไรเนี่ยพ่อ ทำไมต้องให้ลุงโย่งนี่เอานมมากรอกปากชั้นด้วย คนกำลังโดนตีเจ็บจะตายใครจะไปมีอารมณ์อยากดื่มนมกัน มันก็สำลักหมดน่ะเซ่ะ แย่ที่สุด ให้ชั้นไปรับโทษจากพี่ยังดีซะกว่าเลย" คิรัวร์พูดจบก็หันหลังไปงอนตุ๊บป่องๆ

คุราปิก้ากับเลโอลีโอที่อยู่ด้านหลังหัวเราะขึ้นมาพร้อมกัน

"กว่าชั้นจะตีแรงจนให้นายสำนึกผิดได้ก็เหนื่อยเหมือนกันล่ะน่า งั้นทีหลังก็ทำตัวให้ดีๆหน่อยสิ จะได้ไม่ต้องมาให้ชั้นทำโทษอีก แล้วอีกอย่างนะ บอกแล้วไงว่าให้เรียกอาจารย์คุราปิก้า ยังไงชั้นก็เป็นอาจารย์ของนายนา..."

"ใช่ๆ กว่าชั้นจะบังคับให้นายกินนมหมดขวดได้ก็เหนื่อยเหมือนกันแหละ แล้วชั้นก็ไม่ได้ชื่อลุงโย่งอะไรนั่นซักหน่อย เรียกอาจารย์เลโอลีโอเซ่" เลโอลีโอเสริม

"หนอย...ฝันไปเหอะว่าชั้นจะเรียกพวกนายว่าอาจารย์น่ะ ฝากไว้ก่อนแล้วกัน ฮึ้ย~~~~~ เจ็บใจ๊...เจ็บใจว้อยยย"

- End -

เอาล่ะ... ใครอ่านแล้วเคยเผลอคิดลึก สารภาพมา~~~~~~~~~~

บางคนอาจจะบอกว่ามุขเก่า แต่...เมื่อราวๆ 4-5 ปีก่อน มันดูใหม่นะ - -"
เดี๋ยวนี้มีมุขแปลกๆ ผุดขึ้นเพียบ ผมก็คงจะไม่ได้แต่งฟิกแนวนี้อีกแล้วล่ะ (จะได้แต่งฟิกอีกรึเปล่ายังไม่รู้เลย)

Comment

Comment:

Tweet


เราไม่คิดลึกหรอก เราก็งงๆตรงแท่งอยู่เหมือนกันแหละ laughing

#19 by kissu (58.8.148.16) At 2015-11-27 22:39,
wink
#18 by (171.96.178.234|171.96.178.234) At 2015-06-09 22:34,
questionใหญ่ๆยาวๆ
#17 by (58.11.155.45|58.11.155.45) At 2014-06-20 19:02,
อ่านแล้วไม่คิดให้มันรู้ไป!!
#16 by Penguin (1.4.166.251|1.4.166.251) At 2014-03-22 22:55,
สารภาพตรงๆเลยว่าเผลอคิดไปไกลมากๆๆๆไปเลยอ่ะค่ะ พอดูเฉลยแล้วมันเป็นอีกอย่าง เล่นทำเอารู้สึกว่าตัวเราหื่นเกินไปใช่มั้ยเลยอ่ะsad smile
#15 by loss At 2013-10-15 02:06,
5555 ฮา โถคิล ทำผิดบ่อยก็ต้องรับโทษหนักอย่างนี้แล
#14 by Hella (Toshimi Blod.) At 2013-07-30 22:01,
55555555 ถ้าไม่เอาเลโอลีโอมาร่วมด้วยแล้วไม่นุกเลยน่าจะเปน คุราปิก้ากับกอร์นมากกว่าที่ทำคิรัวร์นะ น่าจะสนุกกว่านะ^^
#13 by Mukuro69100 (103.7.57.18|49.48.29.68) At 2013-06-08 11:17,
เหอะๆ คิด มากเลย 55+question
#12 by .... (118.172.240.39) At 2008-05-09 14:26,
คิดไปแล้วครับ คิดมากด้วย
#11 by นักฆ่า (118.174.223.206) At 2008-05-07 11:32,
เราคิดนะ คิดมากเรยว่าคิลของเราเป็ยเกย์เหยอ(คิดตั้งแต่ตอนของกอร์นแล้ว)sad smile แต่พอมารู้เฉลยก็ขำเหมือนกาน double wink
#10 by Kilua (61.19.186.115) At 2008-03-16 00:43,
ยอมรับโดยดีว่า..คิดลึกไปแล้ววววววววว
อ๊ากกกกก หลงกลเข้าให้สิน่า
(ว่าแล้วก็คิดถึงฟิคฮันเตอร์รั่วบรรลัยที่เคยแต่งไว้ โอ้ หายสาบสูญไปแล้ว เก่าจัด คิดถึงจังแฮะ)
..
_sill_houette_
..
#9 by Ideologies Newwave (125.25.195.4) At 2007-11-21 23:50,
ก้อคิดนะ
เหอะๆๆ
#8 by (222.123.73.62) At 2007-11-18 19:59,
ตอนที่กอร์นสูบบุหรี่นึกว่าโดนคิลเอาจู๋ยัดปากและเช่นเดียวกันกับตอนทำโทษนึกว่าคิลถูกคุราปิก้าแทงตูดและเลโอลีโอเอาจู๋ยัดปากคิลsad smileไอ้นำขาวๆคิดว่าเป็นนำเบ้วววว sad smile
#7 by บอกไปก็ใช่ที่ (222.123.228.111) At 2007-10-17 15:31,
จงใจให้คิดมากกว่านะเนี่ย.....งงมากๆๆๆๆๆ
#6 by domomon (222.123.205.85) At 2007-08-26 01:13,
ไอเราล่ะคิดซะลึกเลย เหอเหอ
#5 by คนนิรนาม (125.24.240.42) At 2007-08-01 12:50,
คิดไงเนี่ยโอ้ย เกือบคิดลึกไปแล้วนะเนี่ย เหอๆ (ที่จิงน่ะคิดไปแล้วต่างหาก)
#3 by คุโรโร่ (203.172.224.122) At 2006-08-27 14:09,
พี่ทริป...ผมว่านะฮะ พี่จงใจให้คนอ่านคิด(รึเปล่า) แต่อ่านแล้วก็สนุกดีอ่ะครับ >w<
ปล. เป็นฟิคที่น่าลองคิดแต่งบ้าง เพราะปกติ HxH ไม่เคยทำให้ผมคิดถึง ร.ร. เลย เพราะมันยาก T^T ถือว่าพี่ทริปจินตนาการสูงมากๆนะครับ
#2 by 大神 翔 At 2005-08-27 15:40,
จะว่ามุขมันเก่าก็ไม่เชิงหรอก คงคิดได้แต่ว่าแล้วแต่อุปกรณ์ในการแสดง 55 แต่...อ่านแล้วก็คิด...นะน่ะ เพราะแกแต่งแล้วให้มันน่าคิดมากกว่าอ่ะ
#1 by double (203.209.99.26) At 2005-08-27 09:46,